ประเมินแบบฝึกตัวอย่างจากผู้ให้บริการอบรม AI อย่างไร
ก่อนนำแบบฝึก AI จากผู้ขายหรือผู้สอนเข้าองค์กร ให้ตรวจว่าโจทย์ทำให้เกิดทักษะเป้าหมาย ใช้ข้อมูลที่เหมาะสม และมีเฉลยที่ผู้เรียนตรวจตามได้ ไม่ควรดูเฉพาะความลื่นไหลของ demo เพราะผลลัพธ์ที่ดูดีอาจไม่เปิดให้เห็นแหล่งที่มา ข้อจำกัด หรือขั้นตอนที่คนต้องทบทวน
ตรวจแบบฝึกห้าด้าน
- เป้าหมาย: ระบุพฤติกรรมที่สังเกตได้และตรงกับบทเรียนหรือไม่
- แหล่งข้อมูล: ได้รับอนุญาต ทันสมัย และมีเฉลยตำแหน่งหลักฐานหรือไม่
- ขอบเขตข้อมูล: ใช้ข้อมูลจำลองหรือระบุการอนุมัติของข้อมูลจริงไว้หรือไม่
- การลงมือ: ผู้เรียนต้องตัดสินใจ ตรวจ และอธิบาย หรือแค่ดูผู้สอนกดปุ่ม
- การทบทวน: มี rubric, จุดหยุด, และทางส่งต่อสำหรับคำตอบที่ไม่แน่ใจหรือไม่
ทดลองทำจากมุมผู้เรียน
ให้ reviewer ที่ไม่ใช่ผู้เขียนทำแบบฝึกโดยไม่มีคำใบ้ จับเวลาที่ใช้ตามเงื่อนไขจริง และจดคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ ขั้นตอนที่ข้ามได้ และจุดที่ไม่มีหลักฐาน ตรวจ accessibility และดูว่าผู้เรียนที่ไม่เคยใช้เครื่องมือนี้ทำตามได้หรือไม่ หากมีหลายกลุ่ม ให้ทดลองกับกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน
ตรวจเฉลยและ feedback
เฉลยควรบอกว่าคำตอบแบบใดรองรับด้วยหลักฐาน อะไรเป็นการอนุมาน และอะไรต้องส่งต่อ ไม่ใช้เฉลยที่ให้คำตอบเดียวทั้งที่โจทย์เปิดกว้าง ให้ feedback ชี้เหตุผลที่ต้องปรับ ไม่ใช่แค่บอกคะแนน หากแหล่งมีหลายเวอร์ชัน ให้ระบุฉบับที่ใช้
บันทึกข้อแก้ก่อนนำไปใช้
ทำ issue list แยกข้อผิดพลาด ข้อเสนอปรับ และคำถามที่ต้องถามเจ้าของนโยบาย ตั้งผู้รับผิดชอบและวันตรวจซ้ำ ขอสิทธิ์ใช้สื่อให้ชัดก่อนแจกหรือดัดแปลง อย่าเผยแพร่ output ของผู้เรียนเป็นตัวอย่างโดยไม่ตรวจสิทธิ์และข้อมูล
พร้อมเมื่อใด
- ผู้เรียนเข้าใจเป้าหมายและคำสั่ง
- ข้อมูลและแหล่งได้รับอนุมัติ
- เฉลยและ rubric ผ่านการทบทวน
- มีเวลาแก้และ support ระหว่างใช้งาน
อ่านต่อในหมวดนี้
กำลังวางแผนอบรม AI สำหรับองค์กร?
ดูรูปแบบอบรมและคุยโจทย์งาน ขอบเขตข้อมูล และเป้าหมายการเรียนรู้ของทีม
อยากคุยเรื่องคอร์สหรือการใช้ AI กับงานของคุณ?
ติดต่อทีมงานชีวิตติด AI ได้ทาง LINE หรือ Facebook เรายินดีช่วยแนะนำคลาสที่เหมาะกับคุณ
